ในค่ำคืนดึกสงัดคืนหนึ่ง ผมนั่งสมาธิเพื่อปรับพลังจิตตามปกติ อยู่ๆในมโนภาพก็ปรากฏแผงวงจรอิเลคโทรนิคประหลาดอย่างแจ่มชัด แผงวงจรนั้นมีจุดเด่นอยู่สองแห่ง แห่งแรกอยู่มุมซ้ายล่างซึ่งเป็นหน้าปัดแอลซีดีขนาดจิ๋ว สังเกตให้ดีจะเห็นเกลียวคลื่นสามมิติหมุนอยู่ตลอดเวลา ส่วนแห่งที่สองอยู่มุมขวาบนเป็นปุ่มแดงที่มีจังหวะเต้นเกือบพอๆ กับชีพจรของผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ มีชิปพิเศษมากมายบนแผงซึ่งผมไม่รู้จักมาก่อน
ทันใดนั้น ผมสังเกตได้ว่าเกลียวคลื่นสามมิตินั้นกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง มันตีเกลียวถี่ยิบจนกระทั่งเลือนหายไป เมื่อปรากฏให้เห็นอีกทีหนึ่ง รูปแบบการตีเกลียวของคลื่นไฟฟ้าก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จากนั้นภาพแผงวงจรประหลาดก็ค่อยๆเลือนหายไป
ผมรีบออกจากสมาธิ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจเอาแผงวงจรประหลาดนี้นำเสนอเป็นหัวข้อในยูสเน็ต ผมเปิดโน๊ตบุ๊คที่หัวเตียง เชื่อมต่อไปยังสำนักงานของจูลี่ และตรงเข้าสู่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตทันที
หลังจากบรรจงเขียนผังวงจรอิเลคโทรนิคด้วย PaintJet ที่มีฟีเจอร์สร้างภาพเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วแล้ว ผมก็เปิดหน้าต่าง News ขึ้นมาทันที ผมค้นหาคำว่า Circuit โอ้โฮ หัวข้อนี้มากมายจนผมอ่านไม่ไหว ผมตัดสินใจตั้งหัวข้อใหม่ เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักอิเลคโทรนิคทั้งหลายว่า "Special Circuit from UFO?" ปรากฏว่ามีการตอบสนองแทบจะในทันที ผมได้รับการตอบรับถึง 5 คนพร้อมๆกัน
คนแรกตอบว่า "ถ้าแผงวงจรนี้ใช้งานได้จริง คุณเชื่อได้เลยว่ามันมาจากต่างดาว" คนที่สองและสามเป็นด๊อกเตอร์สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ให้ความเห็นที่มีค่ามาก เขากล่าวว่า ผังวงจรที่เห็นนั้นเรียบง่ายเกินไป หากมันใช้งานได้จริง ชิพที่เห็นอย่างน้อยต้องบรรจุด้วยทรานซิสเตอร์ 10 ล้านตัว ด้วยเทคโนโลยีสายวงจรขนาด 0.1 ไมครอน เขาไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ในปัจจุบัน คนที่สี่สบถมาเพียงประโยคเดียวว่า "มันมาอีกแล้ว ให้ตายซิ" ผมแทบจะหมดความพยายามอยู่แล้ว แต่พออ่านการตอบรับจากคนที่ห้า ผมลุกนั่งตัวตรงทันที เขาตอบว่า เชื่อได้เลยว่า นี่คือต้นแบบไบโอชิป เขาให้ผมติดต่อเข้าไปใน www.biochip.ac.jp ผมคลิกเข้าไปในแอดเดรสไฮเปอร์ลิงค์นี้ทันที
เมื่อเข้าไปในเวบไซท์นี้ ผมก็ถึงบางอ้อทันที มีข้อมูลรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับการพัฒนาค้นคว้าไบโอชิปหมายเลข 404-B ซึ่งมีหน้าตาคล้ายคลึงกับที่ผมเห็น ผมรีบมองหาผู้รับผิดชอบที่จะคุยด้วยได้ ผมตรงไปท้ายเพจเลย อยู่นั่นไง ศาสตราจารย์....โยชิ นี่นา ผมไม่รีรออีกเลย ศาสตราจารย์โยชิตอบกลับผมในสองสามนาทีถัดมา ท่านถามถึงที่มาของแผงวงจรอิเลคโทรนิคนี้และขอให้ผมติดต่อกับท่านทางวี-คอน
เอาละซิ วี-คอน ซึ่งหมายถึงการประชุมร่วมทางวิดิโอใช้กับเครื่องผมไม่ได้ ผมบอกปัญหาท่านไป ท่านบอกให้ผมเลือกโหมดทัมเนลในการแสดงภาพขนาดหนึ่งคูณหนึ่งนิ้ว ท่านว่าน่าจะกล้อมแกล้มไปได้กับชิพเพนเทียมโปร-200 ของผม ผมรีบปฏิบัติตามนั้น นั่งหน้าตรงกับเครื่องโน๊ตบุ๊ค เพื่อให้หน้ากล้องวิดิโอขนาดจิ๋วที่อยู่ด้านบนของขอบจอภาพ จับภาพของผมให้ศาสตราจารย์เห็นได้ถนัด ครู่เดียว ผมก็เห็นภาพทัมเนลเป็นวิดิโอเคลื่อนไหว พร้อมเสียงพูดของศาสตราจารย์โยชิออกทางลำโพงอย่างชัดเจน
"ไบโอชิป รุ่นทดลอง 909-Z มันเป็นรุ่นสุดท้ายที่มีความสมบูรณ์แบบ ทดลองใช้มาสองปีแล้วยังไม่เห็นข้อบกพร่องอะไรเลย ไม่น่าเชื่อว่าเธอเข้าสมาธิติดต่อกับชิปตัวนี้ได้ "
"ผมเห็นเกลียวคลื่นในจอแอลซีดีเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างชัดเจน มันมีความหมายอะไร"
"เกลียวคลื่นส่วนนั้นเป็นตำแหน่งติดตั้งไอคิวของสมอง ผมตั้งไว้ที่ 250-300 ซึ่งนับว่าสูงมาก แต่ไม่สูงเกินกว่าที่คนๆนั้นจะยอมเข้าร่วมสังคมกับผู้คนรอบข้างได้ ผมล็อคการแก้ไขส่วนนี้ด้วยรหัส RSDM ถึงสามชั้น เป็นไปไม่ได้ที่เกลียวคลื่นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างนั้นขึ้นมาเอง"
แต่มันเป็นไปแล้ว ผมไม่เถียง "แล้วปุ่มแดงละครับ"
"ความมีชีวิตของเขา ขึ้นอยู่กับการสร้างสัญญาณกระตุ้นการยังชีพ ที่มีจังหวะเช่นเดียวกับชีพจรของเขา ปุ่มแดงนี้ปรับเปลี่ยนไม่ได้เช่นกัน"
ผมขอบคุณศาสตราจารย์โยชิเป็นที่สุดกับคำเฉลยของท่าน ท่านทิ้งท้ายไว้ว่า ไบโอชิปตัวนี้ใช้งานจริงกับคนเพียงคนเดียว ซึ่งผมน่าจะรู้ว่าคือใคร
"ราเชน ฝากดูแลจูลี่ด้วย"
ผมว่าแล้ว ในที่สุดท่านก็ปะติดปะต่อเรื่องราวจนครบวงจร ฐานะของผมไม่ใช่ความลับสำหรับท่านเลย
.


เมนูของ pannawish